15 Days in Korea#4
posted on 17 May 2007 12:47 by yunki in TRIPเข้าวันที่ 3 เเล้ว วันนี้ สามกะเหรี่ยงลืมตากันตั้งเเต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่ ก็วันนี้น่ะ วันดี เพราะนอกจะเป็นวันคริสมาสต์เเล้ว กิฟจะได้เจอกับเดะๆวันนี้เเล้วด้วย โอกาสครั้งเเรกที่จะได้รับเดะๆกลับบ้าน ดีใจกันจนนอนไม่หลับเลย...เหรอ?
ลุกขึ้นจัดการธุระส่วนตัวกันเสร็จก็รีบกระโดดออกจากบ้านทันที งานนี้ เจ้ไม่ได้ออกไปด้วย เพราะมันเช้าเกิน เเต่ที่ออกกันมานี่ก็ใช่ว่าจะมั่นใจว่าเดะๆจะมากันกี่โมงหรอกนะ เเต่ว่าจะไปเสี่ยงเอา เพราะยังไงไฟล์ทที่น้องนั่งกลับมา มันก็มีให้ลุ้นเเค่ไม่กี่ไฟล์ทหรอก
ตัดสินใจวัดกันที่ไฟล์ทเเรก ของวัน จากฮาเนดะมาถึงกิมโปน่าจะประมาณ 8-9โมง เลยต้องออกจากบ้านกันตั้งเเต่เช้าตรู่ เพื่อ จะไปให้ทันไฟล์ท ระหว่างทางก็คึกคักกันน่าดู ก็ไอกิมโปแอร์พอต ที่เห็นกันจนชินจากในไฟล์วันนี้จะได้ไปเหยียบกันเเล้วน่ะสิ คึกกันจนนั่งรถไฟผิดฝั่งเลยทีเดียว เเต่พอเข้าไปเจอฮีตเตอร์อุ่นๆในรถไฟ ก็ยังหลับกันได้เหมือนเดิม
พอไปถึงสถานีปลายทาง Gimpo Airport พวกเราก็กึ่งวิ่งกึ่งเดินกันไปที่สนามบิน วิ่งผ่านร้านขาย กิมบับ ก็มองจนเหลียวหลัง เเต่ไม่ได้ซื้อ เพราะเบรกไม่ทัน ฮ่าๆ จริงๆเเล้วเพราะถึงเวลาเครื่องลำเเรกลงเเล้วตะหาก ไปถึง สนามบินเงียบบบบฉู่ ไม่มีวี่เเวว ก็ลองไปเดินเซอร์เวย์กันอยู่รอบสองรอบ เเล้วก็เดินไปนั่งรอตรงประตูขาเข้า
ระหว่างนั่งรอ(กึ่งๆหลับ) กิฟก็ได้ข้อสันนิษฐานมา 1 ข้อ ที่เค้าว่าผีมักจะเห็นผีเนี่ย น่าจะเอามาใช้ได้ผล ตอนนี้ไม่เห็นผีซักตัว เลย เเต่ยังมีอีก 2 ไฟล์ทที่อยู่ในข่ายที่น่าลุ้น พวกเราก็เลยนอน?รอกันต่อ จนหลับกันไปหลายตื่นเเล้วก็ยังไม่เห็นวี่เเววใดๆทั้งสิ้น ก็เริ่มตัดใจ คิดว่านั่งอยู่ต่อไปคงเสียเวลาเปล่า เอาไว้มาลุ้นอีกทีตอนดึกละกัน เพราะไฟล์ทที่น้องกลับ ไม่เช้าสุดก็ต้องดึกสุด คิดได้อย่างนั้น ก็เลยพาร่างสโลสเลเดินกลับไปที่สถานีรถไฟ ข้าวก็ยังไม่ได้กินกัน ตอนนั้นออกมาประมาณ 11 โมง ก็คิดว่าจะนั่งรถไปที่ยองพุง ร้านหนังสือที่น้องจะมีอีเวนท์PIPวันพรุ่งนี้
นั่งรถไปลงที่ชงโนซัมกัก เดินทะลุร้านหนังสือได้พอดี ก่อนทางเข้าร้าน จะมีรามยอนน่ากินอยู่ 1 ร้าน เเต่ ไม่มีใครอยากกิน นอกจากกิฟ ก็เลยอดไป จนวันนี้ยังไม่ได้กินเลย ยังอยากกินอยู่นะเนี่ย เดินเข้าไปในร้าน พุ่งเข้าไปตรงโซนที่ขายซีดี เเล้วเดินทะลุขึ้นไปอ่านประกาศเกี่ยวกับอีเวนท์วันพรุ่งนี้ ซึ่งยังไงพวกเราก็หมดสิทธิ์ เพราะจำนวนโควต้าหมดเเล้ว เค้าประกาศเเค่ที่ร้านไม่ได้โปรโมทที่อื่นเลย พวกเราก็เดินไปขอร้องเเกมโวยวายว่า เนี่ยเราไม่รู้เรื่องอีเวนท์นี้เลยนะ มาจากไทยเเลนด์นะ อยากร่วมอีเวนท์ บลาๆๆ อิตาลุงคนนั้นมานก็พรืดอยู่คำเดียว ฟูนลึ่... ง่า ม่ายยอมพรืดอย่างอื่นเลย ยืนต่อไปก็ทำอะไรไม่ได้ ก็เลยออกไปตาก-ลมนอกร้านคิดว่าจะเอายังไงกันต่อดี
ยืนดูmapกันอยู่พักนึงก็ตัดสินใจจะไปทงเเดมุนกัน เพราะว่าไม่รู้ว่าจะได้ไปวันไหนถ้ามะใช่วันนี้ หุหุ เเต่ก่อนอื่นก็ต้องทอสับบอกเจ้ก่อนว่าเรายังปลอดภัยกันดีอยู่ หลังจากนั้นก็เดินไปตามป้ายที่เดากันว่าเดินจากตรงนี้ไปตรงนี้น่าจะถึง ก็เดาๆทิศกันเอา เดินไปได้ไม่ไกลก็เจอร้านทาโกยากิในรถ จะเรียกว่ารถอะไรดีหว่า รูปร่างเหมือนรถสิบล้อเเต่คันเท่ารถซูบารุบ้านเรา เพราะยังมะได้กินอะไรกันตั้งเเต่ออกจากบ้าน ก็เลยเสยมากล่องนึง มีอยู่ 6 ลูก ขอบอกป้าคนขายเเต่งหน้าจัดโคดๆ
เดินไม่ถึงไหน ทาโกะน้อยก็ลงไปนอนเล่นในท้องเราเรียบร้อย เดินๆ ไปตามป้ายซักพักนึงก็ไปโผล่ตรง ชองเกยอน ตรงจุดที่มาเมื่อคืนนี้พอดี ก็ถ่ายรูปกันไป เดินเล่นกินลมกันไปเรื่อยๆไมม่รีบร้อน อากาศดีๆลมเย็นๆเเดดอ่อนๆ มานช่างน่าเดินจริงๆ เดินๆไปจนเจอกับศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ก็เลยจะเดินเข้าไปหาข้อมูล พร้อมกับขอแผนที่ด้วย เข้าไปวิ่งเล่นกันได้เเป๊บนึง ก็ว่าจะออกเดินทางต่อ เเต่เดินไปได้ซักพัก ท้องก็เริ่มร้องดังขึ้น กิฟก็เลยพยายามมองหาของกินกันเเบบจริงๆจังๆ เเล้วก็เดินไปสะดุดกับร้านขายข้าวหน้าตาดีที่เหมือนร้านจะยังไม่เปิด...เเต่เราก็พยายามชะเง้อชะเเง้ส่องดู ท้ายที่สุดก็เลยเอาตัวเองเข้าไปนั่งในร้านซะเลย
เข้าไปก็ได้กินกันสมใจทั้งกิฟและชูว์บี เเต่งานนี้การิ้งขอบาย เพราะไม่มีอาหารที่กินได้ก็เลยได้เเต่นั่งดูหมูน้อยสองตัวกินกันอย่างเอร็ดอร่อย กินกันเสร็จเเล้วก็ออกลุยต่อ ระหว่าทางก็เเวะกินนุ่นกินนี่กันตลอด ทั้งต๊อก โอเด้ง ไส้กรอก พวกของตามร้านข้างทางต่างๆถ้าปกติเจ้มาด้วยเราจะไม่ได้กินเพราะเจ้บอกว่ามันไม่ค่อยสะอาด เเต่วันนั้นได้กินครบทุกอย่างเลย ไม่รู้ได้น้ำลายร่วมสาบานใครมามั่งเหมือนกันนะ เเต่สนุกดีอ่ะ
เดินกินมาเรื่อยๆจนในที่สุดก็ถึงตลาดทงเเมมุน ฟ้าเริ่มมืดเเล้ว เดินดูของกันจนเกือบครบทุกตึกเเล้วก็เลยเดินไปโทรศัพท์หาเจ้ แล้วก็ได้ความว่าเจ้จะออกมาเจอกันที่หน้าตึกDoota เพื่อที่จะไปรับน้องที่กิมโปด้วยกัน ระหว่างรอเจ้ พวกเราก็ขึ้นไปเดินดูของใน Doota กันของน่ารักดีเเต่ก็ไม่ได้ถูกไปกว่าที่เมียงดง อยากได้อยู่หลายอย่างเเต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้ออะไรเลย ออกมานั่งกินลมกันข้างหน้าตึก มีวงดนตรีเล่นอยู่คนก็เยอะไฟก็เยอะตื่นตาตื่นใจดีจริงๆ เเล้วเจ้ก็มา พวกเราก็ขึ้นรถไปกิมโปกัน
ไปถึงก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมาเก้อเหมือนเมื่อตอนเช้า เพราะว่าหัวไชเท้าเต็มไปหมด ยืนรอกันทุกมุมของสนามบินผิดกับเมื่อเช้า เห็นเเบบนั้นพวกเราก็เลยไปหามุมส่วนตัวของเเต่ละคน ตอนเเรกกิฟตั้งใจจะไปยืนรอตรงหน้าประตูที่ออกจาก ตม.เเล้ววิ่งตามถ่ายน้อง เเต่ดูท่าเเล้วน่าจะทำได้ยาก เลยมาดักรอใกล้ๆกับประตูทางออกสนามบิน บีก็ไปยืนรออยู่ประตูตม.เเทน เเล้วการิ๊งกะเจ้ออกไปยืนรอด้านนอก ตรงรถน้องพอดี เเต่ละคนก็ได้โมเมนต์ที่ต่างกันไป แต่ที่รู้สึกเหมือนกันคือ อารมณ์มารับน้องกลับบ้าน^^
ยืนรอกันอยู่นานเหมือนกันจนกระทั่งเหนรถน้องมาจอดเห็นสตาฟมาเคลียร์สถานที่ พวกเราก็มั่นใจว่าอีกไม่เกินสิบนาทีเราจะได้เจอน้องๆเเล้ว ก็ยืนตามจุดตัวเองกันไปมีเสียงกรี๊ดพอให้ตื่นเต้นเป็นระยะๆจนในที่สุดเสียงกรี๊ดที่ดังที่สุดเมื่อประตู ตม.เปิดออก ทำให้มั่นใจว่า เด็กๆทั้งห้ามาถึงเเล้ว กิฟก็ตั้งกล้องรอ สายตาจับจ้องที่เสา เเล้วน้องก็โผล่ออกมา เป็นหมียุนคนเเรกที่เดินมาเเล้วก็ทักทายกับสตาฟที่มารับ กิฟจำไม่ได้ว่ามองเห็นคนอื่นรึปล่าวตอนนั้น รู้เเต่ว่ารู้ตัวอีกทีตอนเห็นเเจเเล้วก็ผู้ชายผมสั้นมากๆคนนึงซึ่งมารู้ทีหลังว่าเป็นพี่มิกตอนมาดูวีดีโอที่ถ่ายไว้ ก็งี๊ดตายกันไป ทุกอย่างมันรวดเร็วมาก
เเต่ภาพตอนที่หมียุนเดินพ้นเสาออกมามันกิฟยังจำได้อย่างเเม่นยำ เหมือนหนังสโลว์ที่ฉายวนอยู่ตลอดเวลา
เป็นคริสมาสต์เเรกที่ไม่มีวันลืม คืนนั้นพวกเรากลับมาบ้านมาด้วยหน้าบานๆที่เต็มไปด้วยความสุข เตรียมตัวพร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้นงานปาร์ตี้ครบรอบสามปีของ DongBangShinKi
ps.ไว้จะเอารูปมาแปะให้ดูนิดๆหน่อยๆนะ...เอนทรี่หน้านะ

หมียุนชัดสุดเลย ทำไมๆๆๆ (ไม่น่าถาม 555)
แต่ก็ยังเห็นเพ่มิคนะ
#1 By ++Kun Pik++ on 2007-05-17 19:11